ไฟเบรกเป็นภาษาที่บอกคนขับด้านหลังว่ารถกำลังชะลอ หากดับเพียงข้างเดียวหรือดับทั้งหมด ระยะตอบสนองของรถคันหลังอาจสั้นลง โดยเฉพาะตอนฝนตกและกลางคืน การตรวจใช้เวลาไม่นานและควรทำเป็นประจำ
ตรวจไฟเบรกเมื่อมีผู้ช่วย
จอดบนพื้นราบ เข้าเกียร์ว่างหรือเกียร์ P ดึงเบรกมือ แล้วให้ผู้ช่วยยืนด้านข้างท้ายรถ ไม่ยืนตรงทางรถ จากนั้นเหยียบเบรกและตรวจไฟซ้าย ขวา และไฟดวงที่สาม ความสว่างควรใกล้เคียงกันและไม่กะพริบ
วิธีตรวจไฟเบรกคนเดียว
หันท้ายรถเข้าหากำแพงหรือกระจกในระยะปลอดภัย แล้วสังเกตแสงสะท้อนขณะเหยียบเบรก สามารถตั้งโทรศัพท์บันทึกวิดีโอในจุดมั่นคงได้ ห้ามวางสิ่งของกดแป้นเบรกแล้วลงจากรถโดยไม่ป้องกันรถไหล
ดับหนึ่งข้างให้เริ่มจากหลอดและขั้ว
เปิดฝาครอบตามคู่มือ ตรวจไส้หลอด รอยดำ คราบออกไซด์ และขั้วหลวม ใช้หลอดชนิดและกำลังไฟตรงรุ่น เพราะหลอดผิดกำลังอาจร้อนเกินหรือทำให้ระบบตรวจหลอดแจ้งเตือน รถไฟ LED แบบชุดอาจต้องเปลี่ยนโมดูลหรือโคมตามแบบ
ดับทุกดวงต้องดูฟิวส์และสวิตช์
หากไฟเบรกทั้งหมดไม่ติด ให้ตรวจฟิวส์ตามผังและสวิตช์เหนือแป้นเบรก สวิตช์ที่ตั้งระยะผิดอาจทำให้ไฟไม่ติดหรือติดค้าง การเปลี่ยนฟิวส์ด้วยค่ากระแสสูงกว่าเดิมไม่ใช่วิธีซ่อม หากขาดซ้ำต้องหาจุดลัดวงจร
ไฟติดค้างก็เป็นปัญหา
ไฟเบรกที่ติดตลอดทำให้ผู้ตามแยกจังหวะเบรกจริงไม่ได้และทำให้แบตเตอรี่หมด สาเหตุอาจมาจากสวิตช์ ตัวรองแป้นเบรกแตก หรือกลไกแป้นคืนไม่สุด ควรจอดแก้ไขโดยเร็วและไม่ถอดหลอดเพื่อขับต่อ
หลังเปลี่ยนชิ้นส่วน ให้ตรวจอีกครั้งทั้งขณะเปิดไฟหรี่ เปิดไฟฉุกเฉิน และเหยียบเบรก เพื่อดูว่ากราวด์หรือวงจรไม่รบกวนกัน ทำความสะอาดโคมที่ขุ่นและตรวจรอยน้ำเข้า จะช่วยให้สัญญาณชัดและลดปัญหาขั้วผุในระยะยาว
