กระจกไฟฟ้าที่ค้างเปิดทำให้ทั้งฝนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเข้ามาในรถได้ แต่การกดสวิตช์ซ้ำหรือดึงกระจกด้วยแรงอาจทำให้เฟือง ราง และสายสลิงเสียหายเพิ่ม ควรเริ่มจากแยกอาการอย่างเป็นขั้นตอน
เช็กว่าค้างเพียงบานเดียวหรือทุกบาน
ลองสวิตช์ที่ประตูนั้นและสวิตช์หลักฝั่งคนขับ พร้อมดูว่าปุ่มล็อกกระจกถูกกดอยู่หรือไม่ หากทุกบานไม่ทำงาน ให้สงสัยไฟเลี้ยง ฟิวส์ รีเลย์ หรือระบบควบคุมกลาง แต่ถ้าเสียบานเดียว มักอยู่ที่สวิตช์ สายไฟ มอเตอร์ หรือกลไกของบานนั้น
ฟังเสียงเมื่อกดสวิตช์
มีเสียงมอเตอร์แต่กระจกไม่ขยับ อาจเกิดจากสายสลิง ราง หรือตัวยึดกระจกหลุด หากเงียบสนิทอาจเป็นสวิตช์ ไฟเลี้ยง หรือมอเตอร์ อย่ากดค้างนาน เพราะมอเตอร์ที่ติดขัดจะร้อนและทำให้ฟิวส์หรือวงจรเสียตามมา
ตรวจฟิวส์อย่างถูกตำแหน่ง
ใช้คู่มือรถระบุกล่องและหมายเลขฟิวส์ ถอดตรวจเมื่อปิดระบบไฟ และเปลี่ยนด้วยค่ากระแสเท่าเดิมเท่านั้น หากฟิวส์ขาดซ้ำ แสดงว่ามีไฟลัดวงจรหรือมอเตอร์กินกระแสสูง ไม่ควรใส่ฟิวส์ใหญ่ขึ้นเพื่อให้ใช้งานต่อ
สายไฟบริเวณบานพับประตู
สายไฟในยางหุ้มระหว่างตัวถังกับประตูถูกพับทุกครั้งที่เปิดปิด จึงอาจขาดในหรือขั้วต่อหลวม อาการอาจติดบ้างไม่ติดบ้างเมื่อขยับประตู ช่างควรวัดแรงดันและความต่อเนื่องของสายแทนการต่อพ่วงแบบชั่วคราว
รางฝืดและระบบกันหนีบ
ยางขอบกระจกสกปรก รางเอียง หรือการตั้งค่าระบบกันหนีบหายหลังถอดแบตเตอรี่ อาจทำให้กระจกเด้งกลับหรือหยุดกลางทาง ทำความสะอาดตามวัสดุที่ผู้ผลิตแนะนำ และรีเซ็ตเฉพาะขั้นตอนในคู่มือ ไม่ใช้จาระบีผิดชนิดกับยาง
ถ้ากระจกเปิดค้าง ให้จอดในที่ร่มและปลอดภัย ใช้วัสดุกันฝนภายนอกโดยไม่บดบังการมองเห็น แล้วนำรถเข้าตรวจ การถอดแผงประตูมีถุงลมนิรภัย สายไฟ และขอบคม จึงควรให้ช่างจัดตำแหน่งกระจกและซ่อมกลไกอย่างถูกต้อง
