หลังรถผ่านน้ำท่วม สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เพียงฉีดน้ำให้ตัวถังดูสะอาด เพราะโคลน ความชื้น และสิ่งสกปรกอาจซ่อนอยู่ใต้ท้องรถ ซุ้มล้อ พรม และขั้วไฟ การจัดการตามลำดับช่วยลดสนิม กลิ่นอับ และปัญหาที่ตามมาได้
ประเมินระดับน้ำก่อนสตาร์ตรถ
หากน้ำสูงถึงช่องรับอากาศ ห้องเครื่อง หรือภายในรถ อย่ารีบสตาร์ตซ้ำ ควรให้ช่างตรวจว่ามีน้ำเข้าเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ หรือกล่องควบคุมหรือไม่ การฝืนติดเครื่องอาจทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้นและซ่อมแพงกว่าเดิม
ล้างโคลนจากภายนอกและใต้ท้อง
เริ่มจากน้ำแรงดันพอเหมาะ ไล่โคลนที่ซุ้มล้อ ช่วงล่าง แผงใต้เครื่อง และร่องประตู หลีกเลี่ยงการฉีดจ่อขั้วไฟ เซ็นเซอร์ และช่องระบายอากาศ แล้วใช้แชมพูล้างรถที่อ่อนโยนเพื่อลดคราบโดยไม่ทำร้ายสี
จัดการห้องโดยสารทันที
ถอดพรมและของเปียกออก เปิดประตูให้อากาศถ่ายเท ใช้ผ้าสะอาดซับน้ำแทนการถูจนความชื้นกระจาย หากเบาะหรือฉนวนใต้พรมชุ่มมาก ควรถอดทำความสะอาดและอบแห้งโดยผู้เชี่ยวชาญ เพราะผิวด้านบนแห้งไม่ได้แปลว่าชั้นล่างแห้งแล้ว
ตรวจของเหลวและระบบไฟ
ดูสีและระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก และน้ำหล่อเย็น หากมีลักษณะขุ่นหรือผิดปกติให้หยุดใช้รถ ตรวจไฟเตือน ขั้วแบต ฟิวส์ ไฟส่องสว่าง และเซ็นเซอร์โดยไม่แกะอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะยังเปียก
ลดกลิ่นอับและติดตามอาการ
เมื่อรถแห้งดีแล้วจึงทำความสะอาดระบบปรับอากาศและเปลี่ยนไส้กรองหากจำเป็น ช่วงสัปดาห์แรกควรสังเกตกลิ่น ความชื้น เสียงช่วงล่าง ไฟเตือน และสนิม หากพบอาการผิดปกติให้บันทึกไว้และนำรถตรวจโดยเร็ว
