อากาศร้อนทำให้ระบบระบายความร้อน แบตเตอรี่ ยาง และเครื่องปรับอากาศรับภาระหนักขึ้น ขณะเดียวกันห้องโดยสารที่จอดกลางแดดอาจมีอุณหภูมิสูงอย่างรวดเร็ว การดูแลจึงต้องครอบคลุมทั้งชิ้นส่วนรถและความปลอดภัยของผู้โดยสาร
1. ระบบหล่อเย็น
ตรวจระดับน้ำหล่อเย็นในถังพักเมื่อเครื่องเย็น มองหารอยซึมตามท่อ หม้อน้ำ ปั๊มน้ำ และฝาถัง สังเกตพัดลมเมื่ออุณหภูมิสูงหรือเปิดแอร์ ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนร้อน หากระดับลดซ้ำควรทดสอบแรงดันแทนการเติมแล้วขับต่อ
2. แบตเตอรี่และระบบชาร์จ
ความร้อนเร่งการเสื่อมของแบต ตรวจขั้วให้แน่น ไม่มีคราบ และฟังความเร็วตอนสตาร์ต หากเครื่องหมุนช้า ไฟหรี่ หรือแบตอายุใช้งานมาก ควรวัดกำลังสตาร์ตกับแรงดันชาร์จ ไม่รอจนสตาร์ตไม่ติดในวันที่ต้องเดินทาง
3. ยางและแรงดัน
วัดลมตอนยางเย็นตามสเปกรถ ไม่ปล่อยลมเพราะเห็นแรงดันเพิ่มหลังวิ่ง ตรวจรอยบวม บาด ดอกสึก และอายุยางก่อนเดินทางไกล ถนนร้อนกับยางที่เสื่อมหรือลมอ่อนเพิ่มความร้อนสะสมและความเสี่ยงเสียหาย
4. เครื่องปรับอากาศ
ทำความสะอาดกรองแอร์ตามระยะ สังเกตลมอ่อน กลิ่นผิดปกติ และเสียงคอมเพรสเซอร์ ก่อนออกตัวเปิดประตูหรือกระจกระบายความร้อนสั้น ๆ แล้วจึงเปิดแอร์ ไม่ควรเติมน้ำยาโดยไม่วัดแรงดันและหาจุดรั่ว
5. ของใช้และห้องโดยสาร
ห้ามทิ้งเด็ก สัตว์เลี้ยง กระป๋องแรงดัน ไฟแช็ก ยา หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในรถกลางแดด ใช้ม่านบังแดดที่ไม่บดบังการขับ และตรวจว่าพื้นที่จอดปลอดภัย การแง้มกระจกไม่เพียงพอที่จะป้องกันความร้อนอันตราย
6. การจอดและก่อนออกเดินทาง
เลือกที่ร่มเมื่อทำได้ หันพวงมาลัยและวางของไม่ให้โดนแดดโดยตรง ก่อนขับตรวจเข็มความร้อน ไฟเตือน และรอยหยดใต้รถ เตรียมน้ำดื่ม เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน และพักผู้ขับตามระยะเมื่อเดินทางไกล
การตรวจหกจุดนี้ใช้เวลาไม่นานแต่ช่วยพบอาการก่อนลุกลาม หากเข็มความร้อนสูง มีกลิ่นไหม้ ควัน หรือแอร์หยุดพร้อมเครื่องร้อน ให้จอดในที่ปลอดภัย ดับเครื่อง และเรียกความช่วยเหลือแทนการฝืนขับ
