ไดชาร์จมีหน้าที่ผลิตไฟให้ระบบรถและเติมพลังกลับเข้าแบตเตอรี่ หากเริ่มเสื่อม รถอาจมีไฟเตือน ไฟหน้าหรี่ อุปกรณ์ทำงานผิดปกติ หรือดับเมื่อแบตหมด การวัดเพียงครั้งเดียวอาจไม่พอ ต้องดูทั้งตอนพัก ตอนติดเครื่อง และตอนเปิดโหลดไฟฟ้า
เริ่มจากการดูไฟเตือน
เมื่อบิดกุญแจก่อนสตาร์ต ไฟรูปแบตเตอรี่ควรติดเพื่อทดสอบหลอด และดับหลังเครื่องทำงาน หากติดค้างหรือขึ้นระหว่างขับ ให้ลดการใช้ไฟที่ไม่จำเป็นและหาที่จอดปลอดภัย เพราะสาเหตุอาจเป็นไดชาร์จ สายพาน ฟิวส์หลัก หรือสายไฟ ไม่ได้หมายถึงแบตเสียอย่างเดียว
วัดแรงดันก่อนและหลังสตาร์ต
ใช้มัลติมิเตอร์ที่ตั้งย่านแรงดันตรง ต่อขั้วให้ถูกและอย่าให้หัววัดลัดวงจร แรงดันแบตขณะพักกับขณะเครื่องติดควรเปลี่ยนตามสเปกรถ รถรุ่นใหม่อาจควบคุมแรงดันแบบแปรผัน จึงต้องเทียบคู่มือ ไม่ยึดตัวเลขเดียวกับรถทุกคัน
ทดสอบเมื่อเปิดโหลด
เปิดไฟหน้า พัดลมแอร์ และไล่ฝ้าตามลำดับ แล้วดูว่าแรงดันตกผิดปกติหรือแกว่งหรือไม่ หากวัดที่ไดชาร์จกับขั้วแบตต่างกันมาก อาจมีความต้านทานที่สายบวก สายกราวด์ หรือจุดต่อ ช่างสามารถวัดแรงดันตกคร่อมเพื่อหาตำแหน่งได้
เสียงและกลิ่นก็เป็นเบาะแส
เสียงหอน ครืด หรือจี๊ดอาจมาจากลูกปืน พูลเลย์ หรือสายพาน ไม่ควรเอามือเข้าใกล้ชิ้นส่วนหมุน กลิ่นไหม้และความร้อนผิดปกติอาจเกี่ยวกับไดโอด ขดลวด หรือสายต่อหลวม ควรดับเครื่องหากมีควันหรือฉนวนละลาย
อย่าถอดขั้วแบตขณะเครื่องติด
วิธีถอดขั้วเพื่อดูว่าเครื่องดับหรือไม่เสี่ยงทำให้แรงดันกระชากและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหาย การใช้เครื่องวัด แคลมป์กระแส และเครื่องทดสอบริปเปิลปลอดภัยและให้ข้อมูลมากกว่า
หากไฟเตือนขึ้น แรงดันผิดปกติ หรือรถสตาร์ตอ่อนซ้ำหลังชาร์จแบต ควรทดสอบแบต ไดชาร์จ สายพาน และสายไฟร่วมกัน การเปลี่ยนแบตโดยไม่แก้ระบบชาร์จอาจทำให้แบตใหม่หมดซ้ำในเวลาไม่นาน
