รถที่จอดนิ่งหลายสัปดาห์ไม่ได้หยุดเสื่อมสภาพ แบตเตอรี่ยังคายประจุ ยางรับน้ำหนักที่จุดเดิม ความชื้นสะสม และสัตว์เล็กอาจเข้าไปทำรัง การเตรียมก่อนจอดและตรวจอย่างเป็นระบบก่อนนำกลับมาใช้ ช่วยลดทั้งความเสี่ยงบนถนนและค่าใช้จ่ายจากความเสียหายที่ป้องกันได้
เตรียมรถก่อนจอดนาน
เลือกพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเท และไม่อยู่ใต้ต้นไม้ เติมลมยางตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด ทำความสะอาดเศษอาหารในห้องโดยสาร และเติมเชื้อเพลิงให้เหมาะกับระยะเวลาจอด หากต้องคลุมรถควรใช้ผ้าคลุมที่ระบายความชื้นได้ ไม่ใช้พลาสติกแนบผิวสีเป็นเวลานาน
แบตเตอรี่ต้องมีแผนดูแล
หากจอดหลายสัปดาห์ แบตเตอรี่อาจอ่อนจนสตาร์ตไม่ได้ รถที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อนควรใช้เครื่องรักษาประจุชนิดเหมาะสม หรือปรึกษาคู่มือก่อนถอดขั้วแบต เพราะการถอดอาจทำให้หน่วยความจำและระบบกันขโมยต้องตั้งใหม่ ไม่ควรติดเครื่องทิ้งไว้สั้น ๆ เป็นครั้งคราวโดยไม่ขับจนเครื่องถึงอุณหภูมิทำงาน
ยางและเบรกเมื่อรับน้ำหนักจุดเดิม
ยางอาจเกิดรอยแบนชั่วคราวและแรงดันลด ตรวจลม รอยแตก บวม และสิ่งแปลกปลอมก่อนขยับรถ อย่าดึงเบรกมือค้างเป็นเวลานานในพื้นที่ปลอดภัยที่มีวิธีป้องกันรถไหลอื่น เพราะผ้าเบรกอาจติดกับจานหรือดรัม ทั้งนี้ต้องเลือกวิธีตามคู่มือและลักษณะพื้นที่จริง
ตรวจของเหลวและรอยรั่วก่อนสตาร์ต
เปิดฝากระโปรงเมื่อเครื่องเย็น ตรวจน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก และรอยหยดใต้รถ มองหาสายไฟหรือท่อยางที่มีรอยกัด เศษใบไม้ และรังสัตว์ หากมีของเหลวหายมาก กลิ่นเชื้อเพลิง หรือสายไฟเสียหาย ห้ามสตาร์ตจนกว่าจะให้ช่างตรวจ
ขั้นตอนนำรถกลับมาใช้งาน
- เดินรอบรถและตรวจใต้ฝากระโปรง
- วัดแรงดันยางและสภาพแบตเตอรี่
- สตาร์ตโดยปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
- ฟังเสียงผิดปกติและดูไฟเตือน
- ทดลองเบรกด้วยความเร็วต่ำในพื้นที่ปลอดภัย
หลังเริ่มขับ ควรใช้ความเร็วต่ำในช่วงแรกเพื่อให้ยางและเบรกกลับสู่สภาพทำงาน หากรถสั่น เบรกดึงข้าง มีไฟเตือน หรืออุณหภูมิสูงกว่าปกติ ให้หยุดตรวจแทนการฝืนเดินทางไกล
