ใบปัดน้ำฝนที่ดูเหมือนยังครบอาจทิ้งเส้น กระโดด หรือปาดเป็นฝ้าเมื่อเจอฝนจริง ทำให้ไฟจากรถสวนกระจายและระยะมองลดลง การตรวจในวันที่อากาศแห้งช่วยให้มีเวลาแก้ก่อนต้องใช้ท่ามกลางฝนหนัก
ดูสภาพยางตลอดแนว
ยกก้านตามวิธีของรถและรองไม่ให้ดีดกระแทกกระจก ลูบดูอย่างระมัดระวังว่าขอบยางฉีก แข็ง บิด หรือมีส่วนหลุดจากโครงหรือไม่ ตรวจฝาครอบและจุดล็อกให้แน่น หากยางเสียรูปแม้เพียงช่วงหนึ่งอาจทิ้งพื้นที่มองไม่ชัดกว้างมาก
ทดสอบรอยปาดด้วยน้ำสะอาด
ฉีดน้ำให้กระจกเปียกทั่วก่อนเปิดใบปัด ห้ามปัดแห้งเพราะฝุ่นจะขูดกระจกและทำลายยาง สังเกตเส้นน้ำ คราบฝ้า จุดข้าม และการกระโดด หากปาดไม่ดีทั้งที่ยางยังใหม่ ควรทำความสะอาดกระจกและตรวจแรงกดของก้าน
เสียงดังอาจไม่ได้มาจากยางเสื่อม
คราบแว็กซ์ น้ำมัน ฟิล์มจากน้ำยาล้างรถ หรือกระจกสกปรกทำให้ใบปัดสั่นและมีเสียง ใช้น้ำยาที่เหมาะกับกระจกและเช็ดยางด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงสารเคลือบที่ไม่เข้ากับใบปัดและไม่ดัดก้านเองโดยไม่มีเครื่องมือวัดแรง
ตรวจน้ำฉีดกระจกและหัวฉีด
เติมน้ำยาตามข้อกำหนด ตรวจระดับ ปั๊ม สาย และทิศทางหัวฉีด น้ำที่ออกน้อยหรือเบี้ยวอาจมาจากตะกอนหรือสายรั่ว ไม่ใช้เข็มขนาดใหญ่แคะจนรูเสียรูป และไม่ผสมน้ำยาที่อาจทำปฏิกิริยาหรือตกตะกอน
เลือกขนาดและข้อต่อให้ตรงรถ
วัดหรือดูคู่มือสำหรับฝั่งคนขับ ฝั่งผู้โดยสาร และใบปัดหลัง เพราะความยาวอาจต่างกัน ตรวจชนิดข้อต่อและพื้นที่กวาด หากยาวเกิน ใบปัดอาจชนกันหรือเลยขอบกระจก หากสั้นเกินจะเหลือมุมอับ
เปลี่ยนเมื่อยางฉีก แข็ง ปาดไม่สะอาดหลังทำความสะอาด หรือโครงหลวม แล้วทดลองทุกระดับความเร็วพร้อมน้ำฉีดก่อนออกเดินทาง การมองเห็นชัดในวินาทีแรกของฝนมีค่ากว่าการรอให้ใบปัดเสียสนิท
