พวงมาลัยที่หนักขึ้นอาจเริ่มจากลมยางอ่อนเพียงเล็กน้อย หรือเป็นสัญญาณของระบบช่วยผ่อนแรงที่กำลังมีปัญหา สิ่งสำคัญคือแยกว่าอาการเกิดตลอดเวลา หนักเฉพาะตอนจอด หรือหนักเป็นช่วงพร้อมไฟเตือน เพราะแต่ละแบบพาไปสู่จุดตรวจที่ต่างกัน
เริ่มจากแรงดันลมยางและขนาดล้อ
ยางหน้าที่ลมอ่อนเพิ่มแรงเสียดทานกับพื้น ทำให้หมุนพวงมาลัยยากโดยเฉพาะตอนรถหยุด ตรวจแรงดันเมื่อยางเย็นตามป้ายข้างประตู ไม่ใช้ค่าบนแก้มยางเป็นค่าตั้งต้น หากเพิ่งเปลี่ยนล้อหรือยางที่กว้างกว่าเดิม อาการหนักอาจชัดขึ้นและควรตรวจว่าขนาดกับออฟเซ็ตเหมาะกับรถหรือไม่
ระบบไฮดรอลิกต้องดูน้ำมันและรอยรั่ว
รถที่ใช้ปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ควรตรวจระดับและชนิดน้ำมันตามคู่มือ คราบเปียกบริเวณปั๊ม สายแรงดัน หรือแร็กอาจทำให้แรงดันไม่พอ เสียงหอนเมื่อหมุนสุดเป็นสัญญาณให้ตรวจ แต่ไม่ควรค้างพวงมาลัยสุดนานเพราะเพิ่มภาระและความร้อนในระบบ
ปั๊มและสายพานมีผลอย่างไร
สายพานหย่อน ลื่น หรือแตกร้าวอาจทำให้ปั๊มหมุนไม่เต็มกำลัง อาการมักเกิดร่วมกับเสียงจี๊ดตอนออกตัวหรือหมุนพวงมาลัย ส่วนปั๊มที่สึกอาจมีเสียงหอนและแรงช่วยลดลง ช่างควรวัดแรงดันและตรวจสายพานก่อนสรุปเปลี่ยนปั๊มราคาแพง
พวงมาลัยไฟฟ้าต้องตรวจแบตเตอรี่
ระบบ EPS ใช้มอเตอร์และเซนเซอร์ หากแรงดันแบตเตอรี่ต่ำ ไดชาร์จผิดปกติ หรือมีปัญหาที่เซนเซอร์แรงบิด อาจมีไฟรูปพวงมาลัยและแรงช่วยหายเป็นช่วง ควรสแกนรหัสและดูข้อมูลสด ไม่ถอดขั้วแบตเพื่อล้างไฟก่อนเก็บข้อมูลต้นเหตุ
ช่วงล่างและศูนย์ล้อก็ทำให้หนักได้
ลูกหมากฝืด เบ้าโช้คติด แร็กคด หรือศูนย์ล้อผิดอาจทำให้พวงมาลัยคืนตัวไม่ดีและหนักไม่เท่ากันซ้ายขวา หากรถเพิ่งตกหลุม ชนขอบทาง หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนช่วงล่าง ควรตรวจการเคลื่อนตัวของทุกจุดและตั้งศูนย์หลังซ่อม
ถ้าพวงมาลัยหนักกะทันหัน มีไฟเตือน เสียงดัง หรือควบคุมทิศทางยาก ให้ลดความเร็วและจอดในที่ปลอดภัย การตรวจตามลำดับจากยาง ของเหลว สายพาน ระบบไฟ และชิ้นส่วนกลไกช่วยลดการเปลี่ยนอะไหล่ผิดจุด
