เสียงกึก ๆ ตอนหักพวงมาลัยหรือแรงสั่นที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร่ง อาจไม่ได้มาจากยางเพียงอย่างเดียว เพลาขับและข้อต่อเป็นชิ้นส่วนที่ส่งกำลังไปยังล้อ หากปล่อยให้สึกมากอาจทำให้รถเคลื่อนต่อไม่ได้และเพิ่มความเสี่ยงบนถนน
เริ่มดูจากยางหุ้มเพลาขับ
จอดรถบนพื้นราบ ดับเครื่อง และมองด้านหลังล้อโดยไม่มุดใต้รถที่รองด้วยแม่แรงอย่างเดียว ยางหุ้มควรไม่แตก ปริ หรือหลุดจากเข็มขัดรัด หากมีจาระบีกระเด็นรอบซุ้มล้อหรือใต้ท้องรถ แสดงว่าสิ่งสกปรกอาจเข้าไปทำลายข้อต่อแล้ว
เสียงตอนเลี้ยวบอกอะไร
เสียงกึกต่อเนื่องตามรอบล้อเมื่อเลี้ยวสุดและออกตัวช้า ๆ มักสัมพันธ์กับข้อต่อเพลานอก แต่ไม่ควรทดสอบด้วยความเร็วหรือเร่งแรง เพราะเสียงจากลูกปืนล้อ ยาง หรือช่วงล่างอาจคล้ายกัน ช่างควรตรวจตำแหน่งเสียงและระยะคลอนยืนยัน
แรงสั่นตอนเร่งต้องแยกให้ชัด
ข้อต่อเพลาในที่สึกอาจทำให้รถสั่นเมื่อรับแรงบิด และเบาลงเมื่อถอนคันเร่ง จดว่าเกิดในช่วงความเร็วใด เกียร์ใด และขณะวิ่งตรงหรือเลี้ยว ข้อมูลนี้ช่วยแยกจากล้อไม่สมดุล ยางบวม แท่นเครื่อง หรือเพลากลางในรถขับเคลื่อนล้อหลัง
ตรวจระยะคลอนอย่างปลอดภัย
การจับเพลาโยกต้องยกรถด้วยอุปกรณ์ที่มั่นคงและทำโดยผู้ชำนาญ ระยะเคลื่อนตามแนวที่ผู้ผลิตกำหนดอาจเป็นปกติ แต่เสียงกระแทก รอยคด หรือความหลวมผิดข้างต้องตรวจละเอียด ห้ามจับชิ้นส่วนขณะเครื่องทำงานหรือล้อหมุน
เปลี่ยนยางหุ้มหรือเปลี่ยนทั้งเพลา
หากยางหุ้มเพิ่งขาด ข้อต่อยังเงียบและไม่สึก อาจล้าง เปลี่ยนจาระบี และใส่ยางใหม่ได้ แต่ถ้ามีเสียง ระยะคลอน หรือผิวลูกปืนเสียแล้ว การเปลี่ยนข้อต่อหรือเพลาทั้งชุดมักเหมาะกว่า ควรใช้ชิ้นส่วนตรงรุ่นและขันนอตเพลาตามแรงบิด
หลังซ่อมควรทดลองขับในเส้นทางปลอดภัย ตรวจการรั่วซ้ำ และตั้งศูนย์ล้อหากมีการถอดชิ้นส่วนช่วงล่าง การดูยางหุ้มเพลาเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังผ่านทางขรุขระ ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่ารอจนข้อต่อส่งเสียง
