หน้าฝนเพิ่มทั้งระยะเบรก ความเสี่ยงเหินน้ำ และข้อจำกัดการมองเห็น การเตรียมรถไม่ต้องรอให้เกิดพายุ เริ่มจากยาง เบรก ใบปัด ไฟ และจุดระบายน้ำ พร้อมปรับวิธีขับให้เหลือพื้นที่แก้เหตุฉุกเฉิน
ยางต้องรีดน้ำได้จริง
ตรวจความลึกร่องดอกหลายตำแหน่ง แรงดันตอนยางเย็น และรอยบวมบาด ยางที่แข็งหรือแตกลายงาอาจยึดเกาะลดแม้ดอกยังเหลือ ไม่ลดลมเองเพื่อหวังให้เกาะถนน เพราะทำให้ยางร้อนและควบคุมแย่ลง
เบรกต้องตอบสนองสม่ำเสมอ
สังเกตเสียง แป้นสั่น รถดึง และระดับน้ำมันเบรก หลังลุยน้ำตื้นให้ทดสอบเบรกเบา ๆ ในจุดปลอดภัยเพื่อไล่ความชื้น หากแป้นจม ไฟเตือนติด หรือเบรกไม่เท่ากันควรหยุดใช้รถและให้ช่างตรวจ
ใบปัดและกระจกคือทัศนวิสัย
เปลี่ยนใบปัดเมื่อปาดเป็นเส้น กระโดด หรือมีเสียง เติมน้ำฉีดกระจกด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะและตรวจหัวฉีด ทำความสะอาดด้านในกระจกเพื่อลดฝ้า ใช้ระบบไล่ฝ้ากับแอร์แทนการเช็ดขณะขับ
ไฟช่วยให้เห็นและถูกมองเห็น
- ตรวจไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และไฟเลี้ยวทุกดวง
- ทำความสะอาดโคมและไม่ใช้ไฟฉุกเฉินขณะรถกำลังเคลื่อนที่ตามปกติ
- เปิดไฟหน้าเมื่อทัศนวิสัยลด แม้เป็นเวลากลางวัน
- หลีกเลี่ยงไฟสูงในฝนหนักเพราะแสงสะท้อนรบกวนสายตา
ป้องกันน้ำเข้าห้องโดยสาร
ตรวจยางขอบประตู ช่องระบายน้ำใต้กระจกหน้า และรูระบายตามตัวถัง ไม่ใช้ลวดแข็งแทงท่อจนเสียหาย หากพรมชื้นให้หาต้นเหตุและทำให้แห้งเร็วเพื่อลดกลิ่น เชื้อรา และความเสียหายระบบไฟ
ขับผ่านฝนและน้ำขัง
ลดความเร็ว เพิ่มระยะตาม และหลีกเลี่ยงแอ่งที่ไม่รู้ความลึก หากรถเริ่มเหินน้ำให้ผ่อนคันเร่ง จับพวงมาลัยมั่นคง และไม่เบรกหรือหักหลบทันที น้ำสูงหรือไหลแรงควรเปลี่ยนเส้นทาง ไม่เสี่ยงลุยเพราะความเสียหายอาจเกิดทั้งเครื่องยนต์และระบบไฟ
หลังเจอฝนหนัก
ตรวจเศษใบไม้ โคลน รอยกระแทก และความชื้นในรถ ฟังเสียงลูกปืนกับเบรก และล้างใต้ท้องเมื่อผ่านน้ำสกปรกโดยไม่ฉีดจ่ออุปกรณ์ไฟ หากเครื่องดับในน้ำห้ามสตาร์ตซ้ำ ให้ย้ายคนสู่จุดปลอดภัยและเรียกรถยก
